คนอ่านหนังสือน้อยลง.?
คนอ่านหนังสือน้อยลง.?
ในรูปแบบที่ใช้งานกันอยู่ในปกติชีวิตหรือแม้แต่ได้มีการพัฒนามาเป็นสื่อบน
Online
และ Social Media แล้ว ที่แสดงตามหน้าฟิตออกมาในรูปแบบของ
Content ที่ดี แต่ต้องยังคงใช้วิธีการอ่านและต้องดูจากภาพนิ่งอยู่เหมือนเดิมนั้น
กลับไม่ได้รับการสนใจเท่าที่ควร หรือ การรับสารจริงแต่กลับไม่สื่อเป็นสิ่งที่สร้างความหนักใจให้กับผู้ที่ทำการตลาดอย่างมาก
จากสิ่งที่เกิดขี้นมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน
ไม่ว่าจะมาจากจำนวนสื่อที่ใครๆก็ต้องการทำออกมาเพื่อสือตรงไปยังลูกค้ากลุ่มเป้าหมายล้วนแต่ต้องการให้สื่อที่ทำสงไปยังลูกค้าได้พบเจอ
Brand
เราตลอดเวลา จึงมีสือออกมาจำนวนมากตลอดเวลา ยิ่งอยากจะขายดีมากเท่าไรยิ่งทำขึ้นมามาก
ส่งผลให้ยิ่งปล่อยสื่อออกมามาก สื่อก็ยิ่งเยอะจนล้นจอ คนรับสื่อทำอย่างไรละทีนี้
ง่ายๆเลยก็ยิ่งจะเลื่อนภาพเร็วขึ้นด้วยปลายนิ้ว ยิ่งสนใจน้อยลง บวกกับการทำธุรกิจออนไลน์และการตลาดออนไลนั้นก้าวเข้ามาทำง่ายผู้ค้าหน้าใหม่เข้ามาเพิ่มทุกวัน
จากปัจจัยต่างที่เกิดขึ้นเราลองมาทบทวนกัน
สาเหตุต่างๆที่กล่าวมาล้วนเกิดจากปัจจัยภาพนอกที่มีผลต่อพฤติกรรมคนเรา แต่ใกล้ตัวเรา
เราหันมามองปัจจัยภายในกันดีกว่าจริงๆแล้วพฤติกรรมการรับสื่อของเราทุกคนเปลี่ยนไปเพราะพฤติกรรมเราเองเป็นอีกปัจจัยด้วย
เอาตัวอย่างง่ายๆ ใกล้ๆตัวเลย วันนี้เรา อ่านหนังสือเพิ่มและเขียนหนังสือเพิ่มขึ้นโดยที่เราไม่รู้ตัว
เช่น เราใช้ App Line กันภายในหนึ่งวันกี่ครั้งกัน บางคนใช้เยอะมาก
บางคนใช้ไม่เยอะ แต่ตามค่าเฉลี่ยหนึ่งวันคนเราใช้ประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าๆ จากสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นแปลว่าเราได้พบเจอกับตัวหนังสือกันมากกว่าเดิมขนาดไหนเราอ่านหนังสือกันมากขึ้นภายในเวลาที่จำกัดขนาดไหน
สังเกตุง่ายๆเราอ่านหนังสือเร็วขึ้นไหมซึ่งไม่แปลกที่เราจะพบเจอตัวหนังสือจนมันเป็นสิ่งที่เราเหนื่อยหรือเบื่อกับสิ่งนั้นไปแล้ว
เราจึงอยากจะได้อะไรที่สื่อโดยไม่ต้องอ่านเพราะ
ขี้เกียจอ่านแล้ว และเราเองต้องการรับข้อมูลในจำนวนมาก
รวดเร็วจากหลายทาง จึงทำให้บางครั้งเราถึงขนาดเปิด TV ไปด้วยพิมพ์งานไปด้วย
อ่าน WEB ไปด้วย พร้อมตอบ Chat อีกต่างหาก
จากสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ทำให้ดูเหมือนว่าพฤติกรรมเราเปลี่ยนไป
แท้จริงแล้วเราเปลี่ยนไปจากทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายในนั้นเอง
Comments
Post a Comment